個人檔案NaMwHaN 's WoRlD相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
NaMwHaN 's WoRlDH a p p i n e s s a n d I n o l o n g e r b i n d. |
|||||||||||||||||||||||
13 August อยากอ้อน....อยากอ้อนอ่ะ..........
......
กลับมาเร็วๆได้ป่าว?
อีกตั้งเก้าเดือนแน่ะ....นานนะ....จะรอไม่ไหวละนะ.......
ถึงคุยกันทุกวัน...ได้อ้อนกันบ้าง...มันก็ไม่เหมือนตอนอยู่ใกล้ๆ...
ถึงจะได้ยินเสียงกระซิบอยู่ใกล้ๆหู....แต่ตัวก็ไกลกันหลายพันหลายหมื่นกิโลอยู่ดี
กว่า "เจ้าความคิดถึง" มันจะข้ามน้ำข้ามทะเลไปถึงเธอ...คงปางตายพอดี....
เวลาแค่หนึ่งปี...ไหงมันยาวนานจังเลยน้อ?
กว่าจะผ่านไปได้แต่ละวัน.....แสนจะเชื่องช้า.....
เนี่ยก็เพิ่งจะเก้าสิบกว่าวันเองนะคนดี....
.....
จากกันปีเดียว เค้ายังคิดถึงเธอขนาดนี้....ถ้าถึงเวลาที่เราต้องจากกันนานถึงสองปี...เค้าจะเป็นยังไงเนี่ย?
.....
กลับมาเร็วๆนะ....
มากอดเค้าแน่นๆอย่างที่เธอสัญญาไว้.....
รู้มั้ย?.....
ไม่ว่าอ้อมกอดของใครๆก็ไม่อบอุ่นเท่าเธอ
PS.
เค้าซื้อหวยดีมะ เผื่อฟลุคถูกรางวัล จะได้มีตังค์ซื้อตั๋วเครื่องบินไปหาเธอที่โน่น
ถ้าถูกรางวัลใหญ่ จะหนีบแม่ไปด้วยอีกคน 16 July เรื่องที่ยากเย็นที่สุดอันดับต้นๆในชีวิต........
"ความเชื่อใจ"......ดูจะเป็นบททดสอบที่ยากที่สุดในตอนนี้......ยากโคตรๆ
บวกกับความสามารถในการจินตนาการอันเจิดจรัสของดิชั้นแล้ว...มันก็เลยไปกันใหญ่ T_T
ทำไมเป็นคนคิดมากบ้าๆบอๆได้ขนาดนี้วะกู.....แถมประติดประต่อเรื่องโน้นเรื่องนี้ได้เป็นเรื่องใหม่ที่เลวร้ายสุดๆ....
......เฮ้อ....ปล่อยวางซะบ้างเหอะน้ำหวานเอ๊ย........
.......
...............
.................
แม่ง....อยากเกิดใหม่ว่ะ....
.....
PS
อัพบล็อคอีกแล้ว.....(_ _") ขยันจริงกู เมื่อวานเพิ่งอัพไปแหม็บๆ.....
.............. ก็คนมันอยากระบายนี่หว่า....
PS again na ka
ช่วงนี้ไม่อารมณ์เขียนไรหวานๆ ซึ้งๆ เศร้าๆ ..............
เหนื่อยโว้ย....
Just want to explain some feeling เหี้ยๆของกูเอง......
15 July ตายซะดีกว่ามะไม่ไปอัพบล็อคซะนาน.........นาน...........จนลืมว่าเคยมีบล็อค
ช่วงหลังๆมีเรื่องราวมากมาย...แต่เลือกที่จะระบายออกทางน้ำตา...มากกว่าตัวหนังสือ
.......
"น้ำตาช่วยแก้ปัญหาไม่ได้...แต่ก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้....นิดนึง"
......
ปวดหัว..ปวดเกือบทุกวัน ปวดแทบระเบิด...หมอบอกว่า เป็นไมเกรน.....
ตั้งแต่ไปหาหมอ ไอ้อาการปวดหัวก็หาย...เปลี่ยนมาเป็นปวดหัวใจแทน.....เหอเหอ
.......
ได้แต่โกรธตัวเอง โทษตัวเอง ที่ก่อเรื่องงี่เง่าขึ้นมากมาย.....
ตอนนี้มาถึงทางตัน หาทางออกไม่เจอ ไม่รู้จะไปทางไหนดี...เฮ้อ....ชีวิตหนอชีวิต
พอชีวิตมีปัญหา...ไหงอะไรต่อมิอะไรมันดูแย่ไปหมดนะ.......แย่จนรู้สึกเบื่อโลก.....เบื่อชีวิต.....เบื่อการงาน....เบื่อความรัก.....
ความรู้สึกต่อตัวเองและคนรอบข้างติดลบ.....เวรแล้วกู......
เฮ้อ.....เบื่อชีวิตห่วยๆ..... 4 June Aloneฝนตกแล้ว....
....
เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน...ร้อน..ฝน..หนาว...ร้อน...และก็ฝน..ผลัดเวียนอย่างไม่มีวันสิ้นสุด....
ใช่สินะ...เวลาไม่เคยรอใคร...แต่ทว่าฉันกลับปล่อยให้มันผ่านไปวันแล้ววันเล่าอย่างไร้ค่า... ยังคงใช้ชีวิตล่องเลย...เคว้งไป...เคว้งมา...ไร้จุดหมาย...
เกลียดตัวเองเหลือเกิน...เหอเหอ..
....
เมื่อคืนก่อนนั่งดู "เป็นต่อ"...ได้ปรัชญาชีวิตมาข้อนึง...
"การที่เราทำความดีกับคนที่ไม่ได้รักเรา มันไม่ความหมายอะไรเลย"...เป็นประโยคที่เจ๊มินท์พูดเตือนสติไอ้จวบ...
ได้ยินแล้วอึ้ง...อึ้งแดก....คร้บ..พี่น้องครับ
นั่นซี...เหนื่อยเปล่า...ทำไปก็เท่านั้น...สุดท้ายก็ต้องมานั่งเจ็บใจตัวเองทุกที...ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ...ไม่รู้จักคิด..รึว่า..ไม่รู้จักจำกันแน่นะ..หัวใจ
......
ช่วงนี้บ้า....เป็นบ้าห่าเหวไรก็ไม่รู้...อารมณ์ขึ้นๆลงๆแปรปรวนง่าย
คงเพราะไอ้เรื่องเครียดๆทั้งหลายแหล่ที่มันประดังประเดเข้ามานั่นแหละ....
May be i did something wrong?
ไม่รู้ว่าจะพาตัวเองรอดไปได้ซักอีกกี่น้ำกันหนอ...สังหรณ์ว่าจะต้องจมน้ำตายในไม่ช้า
....จนป่านนี้ใครบางคนยังไม่รับรู้ว่า...สาเหตุที่ทำให้ฉันไม่พาตัวเองไปจากที่นี่...เพราะอะไร....
แต่รู้ไปก็เท่านั้น....ไม่ว่าอย่างไร...มันก็ไร้ค่าอยู่ดี...
มีแต่ตัวเราที่เอาชีวิตไปผูกติดกับความรู้สึกบางอย่างไว้...ฆ่าตัวตายชัดๆ....เฮ้อ ....
ถ้าเป็นเมื่อก่อน..คงไม่ฟุ้งซ่านขนาดนี้...อย่างน้อยๆเวลาทั้งวันก็หมดไปกับหน้าที่การงานอันแสนวุ่นวาย...
มีเรื่องไม่สบายใจ บ่นให้เพื่อนให้พี่ให้น้องที่ทำงานฟังได้...
แต่ตอนนี้จะบ่นกับใครดีล่ะ?....
มันก็ใช่นะ...ถึงแม้แต่ละคนต่างแยกย้ายกันไปตามเส้นทางชีวิต...สายสัมพันธ์ยังคงอยู่...
คิดถึง...โทรหาได้....ระบายได้...
ถึงกระนั้นก็เถอะ....เราทุกคนย่อมรู้แก่ใจดีว่า...มันจะไม่เหมือนเดิม...ไม่มีวันเหมือน....
สุดท้าย...ก็เพียงตัวเราเท่านั้นที่คงอยู่....
"รู้จักคนๆนึง ชีวิตเราก็เปลี่ยนไปแบบอีกแบบหนึ่ง"...พบกัน..รู้จักกัน...จากกัน...ล้วนแล้วแต่เป็นโชคชะตา....
....
"เค้าว่ากันว่า...คนที่มาทะเล...ถ้าไม่หนีร้อน...ก็หนีรัก...."
เป็นเพราะไอ้ประโยคเนี้ยแหละ...ที่ทำให้อยากรู้นักหนาว่า...
อะไรหนอ...ที่ชักจูงให้ "ไข่ย้อย" หนุ่มผู้หนีรักดั้นด้นไปไกลถึงพะงัน...?
และแล้ว...ฉันก็ได้คำตอบจากการไปเยือนที่นั่นครั้งแรกในชีวิตเมื่อเดือนที่ผ่านมา....ช่วงตกงานนั่นเอง
...ประสบการณ์สอนให้มนุษย์เป็นผู้ใหญ่ขึ้น...แข็งแกร่งขึ้น....
นึกภาพตัวเองแบกกระเป๋าขึ้นเรือเดินทางร่วมพันกิโลผ่านผืนน้ำและแผ่นดินแปลกถิ่นเพียงลำพังในวันนั้น....
นี่ฉันเติบโต เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมรึยังหนอ?...
....
"หลานเรา...ลูกคนอื่น"..."ต่างคน...ต่างตาย"...
เจ้าของประโยคสั้นๆแต่ก่อให้เกิดความสะเทือนใจเหลือเกิน..คือ..คุณยายแก่ๆท่านหนึ่งซึ่งทำหน้าที่เป็นคนดูแลศาลเจ้าแม่กวนอิมบนเกาะพะงัน....
แม้ว่าหนังสือคู่มือท่องเที่ยวเล่มเล็กได้เอ่ยแนะนำศาลเจ้าแม่กวนอิมแห่งนี้ไว้เพียงสั้นๆ...แต่ฉันก็ไม่รีรอที่จะดั้นด้นไปสักการะ
ถ้าหากการพบกันของมนุษย์คือโชคชะตา...ฉันเชื่อว่า...ครั้งนี้เจ้าแม่กวนอิมคงเป็นผู้กำหนดชะตาของฉันให้มาพบกับคุณยายเป็นแน่แท้
ศาลแห่งนี้ถูกสร้างไว้บนเขาลูกเล็กๆระหว่างทางไปหาดอีกฝั่งหนึ่งของเกาะ...สงบและเงียบ...ราวกับศาลไม่มีผู้คนมาเยือน...
ฉันเดินขึ้นไปบนศาลเพิ่อไหว้เจ้าแม่...คุณยายท่านหนึ่งโผล่ออกมาจากข้างในศาลเงียบๆ...ทำเอาหัวใจกระตุกวูบ...
คุณยายมองพฤตืกรรมของเราอย่างเงียบๆเช่นเดิม...พอไหว้เสร็จ..แกจึงเอ่ยปากถามว่า...."เสี่ยงเซียมซีไหม"...ฉันรีบตอบตกลงทันทีเพราะอ่านจากหนังสือว่าเซียมซีที่นี่แม่นยำมาก...และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการสนทนาของเรา...
...
คุณยายเป็นคนดูแลศาลแห่งนี้...พื้นเพของแกอยู่กรุงเทพ ย่านสาทร ละแวกเดียวกับฉันนั่นเอง เห็นไหม มันคือโชคชะตาจริงๆ แกเล่าว่า กรรมคือสิ่งที่ทำให้แกต้องมาอยู่เพียงลำพังบนเกาะไกลบ้าน...ผู้มาเยือนมีทั้งประสงค์ดีและประสงค์ร้าย...หลายครั้งที่แกเกือบจะต้องตกเป็นเหยื่อเดนมนุษย์เหล่านั้น...แต่ละวันมีคนมาสักการะเจ้าแม่กวนอิมมากมาย...คุณยายแกมีหน้าที่ต้องดูแลความเรียบร้อยทุกๆอย่างภายในบริเวณศาล...แต่ฉันเดาได้จากคำพูด พร่ำบ่นต่างๆที่พรั่งพรูออกมา ว่าแกคงไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกับผู้มาเยือนเท่าไหร่นัก ภายใต้ใบหน้าและดวงตาที่ดูเรียบเฉยจนเกือบเย็นชาซ่อนความรู้สึกอ้างว้าง โดดเดี่ยวกับชีวิตในช่วงบั้นปลายไว้...ถึงกระนั้นก็ตาม...คุณยายก็ยังมีญาติพี่น้องอยู่ที่กรุงเทพ...ญาติพี่น้องซึ่งแกไม่เคยพบกันอีกเลยเมื่อตัดสินใจมาอยู่ที่นี่...มีเพียงแค่โทรศัพท์ติดต่อกันบ้างนานๆครั้งเพื่อทราบความเป็นไป....
"เมื่อชั้นมาอยู่ที่นี่ ชั้นก็ได้บอกญาติๆไปแล้วว่า ต่างคนต่างตาย จะได้สบายใจ ไม่ต้องมาเป็นห่วงกันทั้งสองฝ่าย "...คุณยายเล่าให้ฟังเรียบๆ "หลานฉันลูกน้องชาย..ฉันเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก..เค้าจะมาเยี่ยมฉันที่นี่..ชั้นสั่งห้ามเลยว่าไม่ต้องมา เกิดมาหาเราแล้วเรือล่มเป็นอะไรไป พ่อแม่เค้าจะมาว่าเอาได้ ถึงจะเป็นหลานเรา แต่ก็ลูกคนอื่น"...
...
ฉันนั่งรถออกมาจากศาลเจ้าแม่กวนอิมด้วยความรู้สึกหลายๆอย่างปะปนกัน...ทั้งหดหู่ สงสาร เวทนา และหวาดกลัว...กลัวว่าอนาคตข้างหน้าจะมีสภาพเช่นเดียวกับคุณยาย...จนต้องเอ่ยปากระบายกับคนข้างๆ...ซึ่งก็ได้คำตอบอันแสนจะตอกย้ำซ้ำเติมโดยที่ผู้พูดไม่ตั้งใจกลับมาว่า..."ก็บอกแล้วให้หาคนแต่งงานด้วย"....เออหนอ..เวรกรรม ไอ้คนที่ตกลงกันไว้ว่าจะแต่งด้วยเค้าไม่อยู่แล้วนี่ จะให้ไปแต่งกะใครล่ะนั่น ยังกะหาได้ง่ายๆ....
.....
กลับมาเผชิญกับปัญหาสารพัดที่ค้างคาอยู่ที่นี่...เหนื่อย...ท้อแท้...จนไม่เหลือแรงจะสู้อะไรอีกต่อไป
ออกจากห้อง...ก็ไม่มีที่ไป...ไม่รู้จะไปไหน ไปหาใคร...ออกมาเคว้ง....
กลับเข้าห้องยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิม...เหมือนตัดขาดจากโลกภายนอก...อยู่กับตัวเองเพียงลำพังในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ...คิดถึงคนบางคน....พอเธอไม่อยู่...ทำไมโลกถึงอ้างว้างได้ขนาดนี้นะ....
...
น้ำตาไหลอีกแล้ว...พักนี้ขี้แยมากกว่าปกติ...ร้องไห้แทบทุกวัน
ทุกครั้งที่เอาหลังมือป้ายน้ำตา...อดคิดไม่ได้ว่า...หากมีมือใครซักคนคอยเช็ดน้ำตาให้ทุกครั้งที่ร้องไห้...คงจะดีไม่น้อย...
....
การที่รู้สึกเหมือนว่าอยู่เพียงลำพังในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ มันทรมานใจแค่ไหน ไม่เจอกับตัวเองก็ไม่มีใครรู้....
28 March time passed away2:51 am...
สามชั่วโมงแล้ว...หลังจากตื่นขึ้นมาตอนเกือบเที่ยงคืนจากการนอนซมเพราะพิษไข้ตอนสองทุ่ม...
นั่งตาค้างอยู่หน้า laptop มาสามชั่วโมงเต็มๆ....
เวลา...ผ่านแล้ว...ผ่านเลย...เรียกคืนมาไม่ได้...
....
โทรหาใครบางคน...สองกริ๊งรับ...เสียงยังใส...ยังไม่นอน...^ ^
....
วางสาย...
ปิดคอม...นอน...
เปลี่ยนใจ...คลิก cancel...
....
นี่กุมานั่งทำเชี่ยไรหน้าคอมตอนนี้เนี่ย....
.....
สติ...
พ่อบอกเสมอ...ทำอะไรก็ตามต้องมีสติ...
ให้สติกำหนดการกระทำ...กำหนดการก้าวเดิน...กำหนดวิถีชีวิต....
ทุกวันนี้...สติกระเจิง...
ปล่อยให้กิเลสมาครอบงำ...พัดโงนเงนไปมาตามแรงอยาก...ไม่เคยหยุดนิ่ง... เฮ้อ....ชีวิต.... ....
เอาใหม่ๆ... ตั้งสติ... แล้วสมาธิจะบังเกิด
....
เกลียดตัวเอง....
เกลียดมากพอๆกับรัก...
รักตัวเอง...แต่รักตัวเองไม่เป็น...
เหมือนพ่อแม่บางคน...รักลูก...แต่เลี้ยงลูกไม่เป็น...
"รักตัวเองไม่เป็น..."
"รักตัวเองไม่ถูกทาง..."
เฮ้อ....ทำตัวเองทั้งนั้นเลยกุ...
....
ทุกวันนี้...ได้ดีเพราะตัวเอง....
แต่ไอ้ที่ชั่วๆสารพัดนั้นน่ะ....ก็ทำตัวเองทั้งสิ้น... จะดีจะชั่วก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา...ซึ้งแล้ว...
....
อยากหยุดพัก...
อยากหยุดวิ่ง...
อยากนั่งทอดอารมณ์ มองดูเหตุการณ์รอบตัวด้วยใจสงบ...
ลำบากว่ะ...หยุดเมื่อไหร่...ชีวิตก็หยุดหายใจเมื่อนั้น..
อยู่ในกระแสสังคม...ต้องไหลตามกระแส
ทวนกระแสเหนื่อย...ตามกระแสเหนื่อยน้อยกว่า...
แต่ทุกข์ไม่ต่างกัน....
....
..........
มนุษย์หนอ...มนุษย์... ไม่เคยหยุดนิ่ง...ไม่เคยเพียงพอต่อสิ่งอันใด...
....
การสะดุดล้มลงเพราะเรื่องใดเรื่องหนึ่งส่งผลต่อเรื่องอื่นๆ...
การลุกขึ้นยืนสู้อีกครั้ง....นอกจากกำลังใจมหาศาลจากผู้คนรอบข้างแล้ว....คนเรายังต้องการอื่นๆประกอบ....
....
ตอนนี้...ได้กำลังใจจากคนรอบข้างมากมาย...
ขาดก็แต่..กำลังใจ..และกำลังศรัทธาต่อตัวเอง...
.... จริงหรือเปล่า? ที่ว่า...
คนที่ไม่สู้ชีวิต...มักจะนั่งทอดอาลัย...นั่งเหม่อ...
....
3:16 am
...
ยังนั่ง (เหม่อ...)...อยู่หน้า laptop อย่างเงียบๆ
...
จะรอดไหมเนี่ย...
....
|
|||||||||||||||||||||||
|
|